Skip to content

ฮุนเซน แฉ อภิสิทธิ์

มกราคม 24, 2013

ข่าวต่างๆ
             “สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้กล่าวย้อนหลังเกี่ยวกับการกระทำต่าง ๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านว่า ตลอดมาอดีตนายกรัฐมนตรีไทยผู้นี้ได้เชื่อมโยงกัมพูชากับปัญหาการเมืองภายใน ไทยอย่างไม่หยุดยั้ง และพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มคนสุดโต่ง (เกินเหตุ) คือ คนเสื้อเหลืองของไทย มักกล่าวหาและโยนความผิดอื่น ๆ ให้แก่ อดีตายกรัฐมนตรีไทย นายทักษิณ ชินวัตร ว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซ่อนเร้นกับกัมพูชา ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล”
วันที่ 23 มกราคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ได้แจกเอกสารของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประจำประเทศกัมพูชา ที่จัดทำคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ แบบคำต่อคำ จากแถลงการณ์ของกองการข่าวและปฏิกิริยาฉับพลันของสำนักคณะรัฐมนตรีของ กัมพูชา ในกรณีที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กล่าวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีไทยและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด มีใจความดังต่อไปนี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 ในพิธีมอบเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่ประชาชน ที่อ.เส็ย อ.เซียมโบก จ.สตึงแตรง สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (OCA) กัมพูชา-ไทย ทั้งนี้เพื่อปกป้องเกียรติยศของประเทศชาติ และชี้แจงนโยบายการต่างประเทศของกัมพูชาที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม ใน ความเป็นจริงแล้วกลับเป็นอดีตายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ใช้นโยบายโดยสั่งการให้ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ และอดีตรมว.กลาโหม นายประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเจรจา ลับ ๆ กับ สมเด็จฯ ฮุน เซน เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2552 ที่ จ. กันดาล ประเทศ กพช. ขณะที่รัฐบาลไทยชุดที่แล้ว ได้เจรจากันในปัญหานี้อย่างเปิดเผย

เกี่ยวกับปัญหาที่มีความสำคัญเช่นนี้ กองการข่าว และ ปฏิกิริยาฉับพลัน มีหน้าที่ความจำเป็นในการเผยแพร่แถลงการณ์ของการปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ที่ได้เคยเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2554 อีกครั้ง เพื่อให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างชาติ ได้รับทราบอุบายอันเลวร้าย และนโยบายสกปรกอย่างที่สุดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย และพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ที่มีเนื้อหาดังนี้

ทั้งนี้ การหารือและการเจรจาระหว่างสองประเทศได้รับผลลัพธ์ที่ดีหลายประการในระหว่าง ปี 2544-2550 และทั้งสองประเทศได้มีข้อเสนอ 2 ข้อ สำหรับพื้นที่พัฒนาร่วมกัน (JDA) คือ ข้อเสนอก้าวข้าม (Break – Through – Proposal) ที่เสนอขึ้นโดยฝ่ายกัมพูชา และข้อเสนอแบ่งพื้นที่พัฒนาเป็น 3 ส่วน (Three-Zone- Proposal) ที่เสนอขึ้นโดยฝ่ายไทย

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ไม่มีการประชุมของคณะกรรมาธิการร่วมด้านเทคนิค (JTC) อย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ได้ประสานมายังรัฐบาลกัมพูชา เพื่อทำการเจรจาปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลหลายครั้ง ได้แก่ การพบปะระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และอดีตรมว.กลาโหมไทย นายประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2552 ที่ จ.กันดาล ประเทศกัมพูชา และการพบปะลับระหว่างนายสุเทพ กับ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซก อาน ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2552

การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ภายใต้คำสั่งและการกำกับดูแลของรัฐบาลกัมพูชา มุ่งมั่นและตั้งใจอย่างยิ่งในการหาทางออก ด้วยความเสมอภาค และโปร่งใส ในปัญหาพิ้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล รัฐบาลกัมพูชา และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 เกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล ซึ่งบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ได้กำหนดพื้นที่ที่ต้องกำหนดการแบ่งเขตทางทะเล (Area to be Delimited) และพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาร่วมกัน (Joint Development Area)

โดยบันทึกความเข้าใจปี 2544 ไม่ใช่เป็นเพียงกระดาษความตกลงเท่านั้น แต่ทั้งสองประเทศได้ใช้งบประมาณ และเอาใจใส่เป็นอย่างมากในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านเทคนิค คณะอนุกรรมการร่วมด้านเทคนิค และคณะทำงานอีก 2 คณะ เกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลและพื้นที่พัฒนาร่วมกัน การอธิบายดังกล่าว ยังไม่รวมถึงการวิจัยเชิงวิชาการ และกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างสองประเทศ

และต่อมาที่เมืองคุนหมิง เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ซึ่ง ระหว่างการพบปะกันนั้น นายสุเทพได้แสดงความจำนงอยากแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นภายในวาระสมัยของ รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยการพบปะเจรจาลับทำขึ้นตามการร้องขอของอดีตนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ยืนยันว่าเป็นคำสั่งการและได้รับการมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ซึ่งกัมพูชาไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องเจรจาลับ

เนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน ๆ ทุกการเจรจาล้วนทำขึ้นอย่างเปิดเผย แต่กลับถูกกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน กัมพูชาจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จึงต้องเจรจาลับ และประชาชนไทย หรือ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ทราบเรื่องการเจรจาลับนี้หรือไม่ ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งปัจจุบัน คือ นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศเกี่ยวกับความโปร่งใสตลอดจนกล่าวหา ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ทำงานอย่างเปิดเผยกับกัมพูชา ว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา และกีดขวางดำเนินการเจรจาระหว่างรัฐบาลชุดใหม่ของไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ดังนั้น กัมพูชาจึงมีความจำเป็นต้องเผยความลับนี้ เพื่อปกป้องกัมพูชา และ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร จากการใส่ร้ายของพวกพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้พบหารือ หรือมีข้อเสนอใดกับรัฐบาลกัมพูชา ในการแก้ไขพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนออย่างใดอย่างหนึ่ง ในการแก้ไขข้อพิพาทเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัวตามการกล่าวหาของนาง อานิก อัมระนันทน์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีขึ้นระหว่างการอภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 23-24-25 สิงหาคม 2554

รัฐบาลกัมพูชาพร้อมและยินดีต่อการเริ่มต้นเจรจาอย่างเปิดเผย และอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปัญหานี้ และสานต่องานนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเท่าที่สามารถกระทำได้ เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนและประเทศทั้งสองต่อไป

ราชธานีพนมเปญ วันที่ 21 มกราคม 2556

กองการข่าว และ ปฏิกิริยาฉับพลัน

สำนักคณะรัฐมนตรี


ฮุนเซน ซัด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้กัมพูชาเป็นเครื่องมือทำแต้มทางการเมือง

ฮุน เซน ซัด อภิสิทธิ์ โยงกรณีปราสาทพระวิหารกับการเมืองภายในประเทศ ย้ำไร้หลักฐานการทำข้อตกลงลับการใช้ทรัพยากรพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย หลอกคนไทย-กัมพูชา 74 ล้านคน

เมื่อ วันที่ 22 มกราคม เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้กล่าวโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดพยายามเชื่อมโยงกรณีปราสาทพระวิหาร เข้ากับเหตุขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ เป็นเครื่องมือทำแต้มทางการเมือง

โดย สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า การ เมืองความขัดแย้งของไทยจะร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ เพราะมีการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคมนี้ เพราะ นายอภิสิทธิ์มีแนวคิดเหมือนกับเสื้อเหลือง ซึ่งพยายามกล่าวอ้างใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ รวม ถึงกล่าวหารัฐบาลปัจจุบัน ที่คลี่คลายความขัดแย้งทางบกบริเวณเขาพระวิหาร เพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์จากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

นาย อภิสิทธิ์ จะต้องแสดงหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างของเขาในอดีตที่ว่า มีการทำข้อตกลงกันระหว่างไทยกับกัมพูชา เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย ฮุน เซน อยากให้นายอภิสิทธิ์ นำหลักฐานมาแสดง แต่ถ้าไม่มี ก็อย่าเอาแต่หลอกคนไทยกว่า 60 ล้านคน รวมถึงชาวกัมพูชา 14 ล้านคนด้วย และการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงที่ทางนายอภิสิทธิ์ บริหารประเทศนั้น นายอภิสิทธิ์ ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วย

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน กล่าวทิ้งท้ายด้วยการระบุว่า คนไทย ควรเข้าใจว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้บริหารประเทศในปัจจุบัน คนที่บริหารคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มาแก้ปัญหา ซึ่งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ก่อ และอย่าพยายามสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมากอีก

Advertisements
ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: