Skip to content

ระเบิดซ้ำย่านแมนฮัตตัน นิวยอร์ก

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มีรายงานด่วน แจ้งเข้ามาว่า ตำรวจนิวยอร์กและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องรีบตรงไปยังสถานที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ ในอีสต์ฮาร์เล็ม ในย่านแมนฮัตตัน ของนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 17 คน ขณะที่ควันไฟก็คละคลุ้งไปทั่ว ล่าสุดตึก 2 แห่ง บริเวณดังกล่าวพังทลายลงมาแล้ว ส่งผลให้ระบบขนส่งมวลชนที่แล่นผ่านสถานที่นั้นต้องระงับการให้บริการ นอกจากนี้ควันไฟยังกระจายไปไกลถึงสามช่วงถนน มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยคนตรงไปยังที่เกิดเหตุอีกด้วย

สุเทพกร้าวพร้อมเจรจาหากได้ออกฟรีทีวี

สุเทพ เทือกสุบรรณ นายสุเทพ ระบุอีกว่า ดังนั้น หาก นางสาวยิ่งลักษณ์พร้อมเมื่อไร ให้นัดวันเวลามาได้เลย โดยตนจะเข้าเจรจากับนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนมวลมหาประชาชน และต้องถ่ายทอดสดเพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นว่าเจรจากันในเรื่องอะไร

อย่าง ไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ตอบปฏิเสธการเจรจาตัวต่อตัวออกโทรทัศน์กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยระบุว่า การเจรจาเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเป็นการพูดคุยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ คือ กลุ่ม กปปส. ควรยุติการชุมนุม เพื่อให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไป แต่หากเป็นการเจรจา นอกกรอบรัฐธรรมนูญ ตนเองคงไม่สามารถตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้ ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีความรู้หลายคนเข้ามาร่วมวงเจรจาด้วย เพื่อร่วมกันตัดสินใจ

เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีสีลม ว่า ตนเองพร้อมเจรจากับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี แต่จะต้องมาเจรจาแบบตัวต่อตัว และต้องเปิดเผยไปทั่วประเทศ ดังนั้น จะต้องมีการถ่ายทอดสดการเจรจาผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องด้วย


เริ่มแล้ว จตุพร สั่งลั่นกลองรบกับ กปปส.

จตุพร

การลั่นกลองรบของคนเสื้อแดงไม่ใช่ลั่นกลองแล้วไม่ทำอะไร แต่เป็นการประกาศต่อสู้ ใครทน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ไม่ได้ ใครเกลียดนายสุเทพ ใครทนความอยุติธรรมไม่ได้ เมื่อมีการนัดหมายกันแล้ว ก็ให้ออกมา และมาดูกันว่า ใครจะมามากกว่ากัน

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 08.00-17.00 น. จะมีการประชุมแกนนำ นปช. 77 จังหวัด ที่อาคารลิปตพัลลภ ฮอลล์ จ.นครราชสีมา เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวต่อต้านการกระทำของ กปปส. ภายใต้ชื่อ นปช. ลั่นกลองรบ วางยุทธศาสตร์รับมือฝ่ายตรงข้าม เมื่อการประชุมแล้วเสร็จ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการ รมช.พาณิชย์และแกนนำ นปช. จะแถลงอีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่า คนเสื้อแดงจะต่อสู้กันอย่างไร

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ขบวนรถเสื้อแดงพร้อมแล้วที่ จ.นครราชสีมา ตนเคยบอกไว้แล้วว่า ถ้าปล่อยให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เลยเถิด หากพวกตนเข้ามาก็อย่ามารังเกียจพวกตน นายสุเทพอยู่มา 4 เดือน ก็ยังอยู่มาได้ นักธุรกิจบางคนบอกยอดขายเพิ่ม ดังนั้นถ้ามีมาอีกกลุ่มยอดขายจะได้เพิ่ม 2 เท่า

ดังนั้นอย่ามาพูดว่าขอให้เสื้อแดงหยุดก่อน พวกนั้นเคยเห็นแก่พวกเราและเคยเห็นหัวประชาชนหรือไม่ ทำไมปล่อยให้มีการสนับสนุนนายสุเทพ สิ่งที่ตนพูดไม่ได้หมายถึงพวกเราจะมาเกเร แต่เพราะพรุ่งนี้เป็นต้นไปพวกเราล้อหมุนเครื่องติดแล้ว

นายณัฐวุฒิ ทิ้งท้ายว่า บ้านเมืองนี้ถ้าพูดดี ๆ จะไม่เชื่อ ชอบให้คนออกมาเดินกลางถนนถึงจะฟัง เราไม่มีอะไร มีแต่หัวใจเลือดเนื้อที่พร้อมเอามาวางเดิมพันที่ กทม. เหมือนกัน เราไม่มีเส้น ไม่มีอำนาจบาตรใหญ่ เดิมพันกันง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่พวกเราจะไม่รีบร้อนกันเกินไป จะมาในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่แข็งแรงและพร้อมที่สุด

เริ่มแล้วคนทยอยย้ายค่ายหนีตามคำสั่งแกนนำ

สุเทพ เทือกสุบรรณ
ล่าสุดวันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2557) จิราพร คำภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานจากเวที กปปส.ปทุมวัน โดยระบุว่า กลุ่ม ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้ทยอยเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าบริการใกล้เคียง อาทิ ห้างสรรพสินค้ามาบญครอง เพื่อย้ายค่ายโทรศัพท์มือถือจากระบบเครือข่ายเอไอเอสเป็นระบบอื่น ๆ แล้ว

ขณะที่ นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) ระบุว่า มีความกลุ้มใจ และกังวลใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากขอความเห็นใจจากลูกค้าและประชาชน ขอให้เข้าใจว่า บริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง อีกทั้งตระกูลชินวัตรก็ไม่ได้มีหุ้นในบริษัทเลย ซึ่งบริษัทมีพนักงานกว่า 10,000 คน และทุกคนต่างมีครอบครัวที่ต้องดูแล จึงขอวิงวอนโปรดเห็นใจพนักงานที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานด้วย

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 โดยระบุว่า ในวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้ กลุ่มผู้ชุมนุมจะออกไปปฏิบัติการเปลี่ยนซิมและย้ายค่ายโทรศัพท์มือถือ จากเครือข่ายเอไอเอสไปเป็นค่ายอื่น ๆ ตามแนวทางเคลื่อนไหวกดดันธุรกิจในเครือชินวัตรนั้น

เปิดตัว Samsung Galaxy S5 สุดอลังการ

galaxy-s5นอกจากข่าวหลุดเรื่องเสปก และภาพหลุดของ Samsung Galaxy S5 ที่ขยันหลุดออกมาให้เราได้เห็นกันถี่ขึ้นแล้ว ยังไม่มีข้อมูลไหนที่พอจะยืนยันได้ว่าเป็นข่าวจริง ยังไงก็ตาม คงต้องรอดูกันครับทั้งหมดที่หลุดมานั้นจะเป็นจริงมากหน่อยแต่ไหน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ในงาน Samsung UNPACKED 2014 Episode 1 ที่กำลังจะมีขึ้น

galaxy-s5-2

galaxy-s5-3

มีข่าวลือจากวงในแอบกระซิบมาว่า Galaxy S5 นั้น จะมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 4 ล้านพิกเซล พร้อม ambient sensors พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED ซึ่งเป็นการยืนยันว่าจะมาพร้อมกับคคุณภาพกล้องที่ดีขึ้นแน่นอน

แตกคอ? ตำรวจอัด ศรส.

ตำรวจทั้งประเทศเหนื่อยมามากแล้วในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยกำลังที่อยู่ในความปกครองของรัฐบาลก็มิได้มีเฉพาะตำรวจเท่านั้น หน้าที่หลักของตำรวจคือรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้ปลอดภัยจากโจร ผู้ร้ายทั่วไป และให้บริการประชาชนด้านการจราจรและงานด้านต่าง ๆ ตำรวจได้ทำหน้าที่ต่ออายุของรัฐบาลนี้มานานพอสมควรแล้ว ให้ใช้หน่วยงานอื่นบ้าง มิใช่ว่าเมื่อตำรวจมาเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม แต่กลับมีหน่วยงานที่ถืออาวุธอยู่ในฝั่งผู้ชุมนุมทั้งซ่อนเร้นและเปิดเผย รัฐบาลใช้งานตำรวจเกินกว่าเงินเดือนและมีบางส่วนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ใน ขณะที่ตำรวจทำงานมากกว่าปกติ มีราชการบางส่วนเห็นดีเห็นชอบในการหยุดงานในกรณีที่ผู้ชุมนุมปิดล้อมสถานที่ ราชการโดยไม่มีการต่อต้านหรือรวมตัวกันเรียกร้องสถานที่ราชการคืน จึงอยากให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาล และ ศรส. พิจารณา พวกเรามีวินัยแต่เหลืออดแล้ว จากชุดควบคุมฝูงชนทั่งประเทศ”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนหลายคนส่งข้อความผ่านทางไลน์และ เฟซบุ๊ก แสดงความยกย่อง ส.ต.อ.อดุลย์ เกตุกัปตัน อายุ 28 ปี ผบ.หมู่ ป. สังกัด สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่กล้าหาญลุกขึ้นมาเตะลูกระเบิดที่มีผู้ปาเข้ามาในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจจน ตัวเองได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่โพสต์ข้อความเชิงตัดพ้อนายที่ไม่มีการ วางแผนในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ ทำให้ลูกน้องบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย

สำหรับแถลงการณ์ที่อ้างว่าเป็นของตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ถูกแชร์กันในสังคมออนไลน์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น มีเนื้อหาว่า

“เป็น ที่ทราบกันโดยชัดแจ้งแล้วว่า ผู้ชุมนุมที่ใช้นามว่า กปปส. และเครือข่ายต่าง ๆ ที่ร่วมกันนั้นมีอาวุธปืนและอาวุธสงครามร้ายแรง ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ในหลายครั้งที่ผ่านมา ตำรวจต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยที่ชุดควบคุมฝูงชนมีเพียงโล่และกระบองและอาจมีบางครั้งที่ใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยางทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีหนทางที่จะต่อสู้กับผู้ชุมนุมได้การ ปฏิบัติแต่ละครั้งก็มีแต่ความสูญเสีย ชุดควบคุมฝูงชนจึงขอเรียกร้องดังนี้

การปฏิบัติหน้าที่คราวต่อไปต้องมีการประกอบกำลังอาวุธเต็มรูปแบบ ทั้งอาวุธปืนพกส่วนตัวและอาวุธปืนยาวที่ใช้ประจำหน่วย ประกอบด้วย ลูกซอง และ M 79

ไม่ควรมีการเจรจากับผู้ชุมนุมอีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาการเจรจาไม่ได้ผล

ให้ ศรส. รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ต้องแถลงข่าวว่าไม่ใช้ความรุนแรงไม่มีการสลายการชุมนุมเพราะคำพูดดัง กล่าวเป็นการเอาตัวรอดของ ผู้มีอำนาจใน ศรส. เท่านั้น หากเกิดความรุนแรง ตำรวจผู้ปฏิบัติก็จะต้องรับผิดชอบทางอาญาตามลำพัง และที่ผ่านมาที่มีตำรวจและประชาชนเสียชีวิตไม่รู้ว่าตำรวจผู้ปฏิบัติจะต้อง รับผิดชอบหรือไม่หากเกิดมีการดำเนินคดี เพราะ ศรส. สามารถอ้างได้ตลอดเวลาว่า ศรส. ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง และไม่มีนโยบายสลายการชุมนุม

ข่าวเด่นวันนี้: น้องดาราฆ่าตัวตาย พายุถล่มUSA

คดีฆาตกรรม1.จากการตรวจสอบไปทวิตเตอร์ของเธอ พบว่าก่อนหน้าการเสียชีวิตไม่กี่สัปดาห์ แนนซี่ได้ระบายถ้อยคำด่าทอจูเลีย โรเบิร์ตส์ ด้วยความไม่พอใจอย่างมาก โดยว่าจูเลียไม่ดีและเป็นคนที่โหดร้าย และเธอเองก็ไม่ได้รับความสนใจจากครอบครัว

อย่างไรก็ดี รายละเอียดในจดหมายลาตายไม่ได้รับการเปิดเผยมากกว่านี้ ขณะที่ผลชันสูตรศพยังไม่เปิดเผย เพราะต้องตรวจสอบเกี่ยวกับสารพิษในร่างกายของเธอด้วย

ทั้ง นี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างจูเลีย โรเบิร์ตส์ และแนนซี่ โมตส์ ไม่ค่อยจะราบรื่นนักและมีเรื่องบาดหมางกันตลอด โดยแนนซี่ได้ออกมาแฉเรื่องราวของจูเลียกับสื่อหลายแห่ง ซึ่งทางจูเลียได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแนนซี่พูดจาให้เธอเสียหาย เพื่อขายข่าวให้กับแท็บลอยด์เท่านั้น

รายงานระบุว่า ศพของแนนซี่ โมตส์ วัย 37 ปี น้องสาวต่างพ่อของดาราสาวสวยชื่อก้อง จูเลีย โรเบิร์ตส์ นอนแช่น้ำเสียชีวิตอยู่ในอ่างอาบน้ำ ที่บ้านในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับยาที่แพทย์สั่งจ่ายอยู่บริเวณใกล้เคียง และพบกับจดหมายลาตายความยาว 5 หน้าด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

สำหรับข้อความในจดหมายลาตายนั้น ใจความ 3 หน้า ระบุว่าจูเลีย โรเบิร์ตส์ ทำให้เธอต้องทำเช่นนี้ ส่วนอีก 2 หน้า ระบุใจความขอโทษแฟนหนุ่ม จอห์น และบอกรักแม่ของเธอเอง

2.        ด้าน สำนักงานสภาพอากาศแห่งสหรัฐฯ ได้เผยว่า ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา หิมะน่าจะตกปกคลุมหนาราว 8 นิ้ว ส่วนในรัฐเซาท์แคโรไลนา หิมะน่าจะปกคลุมประมาณ 9 นิ้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การใช้ถนนเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ได้เตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับพายุหิมะระลอกนี้ โดยให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน พยายามอย่าออกมานอกบ้านถ้าไม่จำเป็น

          ส่วน ในหลายรัฐลุยเซียน่า และนิวเจอร์ซี ทางการรัฐก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสำนักงานต่าง ๆ ต่างพากันปิดทำการ ขณะที่เที่ยวบินกว่า 6,700 เที่ยว ก็ต้องถูกระงับหรือดีเลย์เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
          อย่าง ไรก็ดี หลายรัฐ เช่น จอร์เจีย แอละแบมา และนอร์ทแคโรไลนา ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านระหว่างเผชิญกับพายุหิมะ แล้ว

โดย พายุหิมะเริ่มส่งอิทธิพลกับพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้รถราบนถนนหลายสายค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าจนแทบจะหยุดชะงัก เนื่องจากมีหิมะตกลงมาปกคลุมพื้นถนน นอกจากนี้ยังทำให้ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อัน เกิดจากพายุหิมะแล้ว 13 ราย โดย 3 รายในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ประสบอุบัติเหตุรถพยาบาลลื่นไถลชน ข้างทาง ระหว่างการนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

ฉัตรชัยกับจุดยืนทางการเมือง

ฉัตรชัย

ถึงวันนี้ก็ไม่ได้เสียใจที่ออกมาแสดงจุดยืน แน่นอนว่าเรายังต้องดูแลอาชีพ ถึงเวลาไปทำงาน พอว่างก็ไปชุมนุมเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเราพร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนที่มีความคิดเห็นเหมือนกัน

นก ชายเล่าอีกว่า เรื่องออกไปชุมนุม ผมกับนกหญิงแทบไม่ได้คุยกันว่าเธอต้องไปนะ เป็นความรู้สึกตรงกันมากกว่า ต่างคนเป็นไปในรูปแบบนี้ และเป็นกันทั้งบ้านอย่างที่นกหญิงบอกจริงๆ คนแรกที่ออกไปก็คือน้องดอม (พีรดนย์) ลูกชายคนเล็ก ไปตั้งแต่ชุมนุมที่สวนลุมพินี ก่อนหน้าจะมีเวทีสามเสนอีก แล้วไปโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ด้วย ผมมารู้ตอนมีข่าวในอินเทอร์เน็ตว่าลูกชายของฉัตรชัยกับสินจัยออกไปชุมนุม เราก็ตกใจว่า เฮ้ย! ไปตั้งแต่ตอนไหน

นกหญิงพูดเสริมเรื่องบรรยากาศในการชุมนุมว่า คึกคักมาก เราสองคนถูกขอถ่ายรูปตลอดทาง จนช่วงหลังต้องบอกว่า ขอเดินไปด้วยถ่ายรูปไปด้วย เพราะถ้าหยุดเดินเมื่อไหร่ จะติดอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ นกไม่ได้หงุดหงิดนะ เพียงแต่เราไม่ได้อยากออกมาเพื่อเป็นจุดเด่น อยากมาฟังปราศรัยบนเวที และนั่งอยู่กับผู้ชุมนุมมากกว่า

นกฉัตรชัยพูดถึงการแสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมเรื่อง การเมืองที่หนักหน่วงว่า เขียนตามความรู้สึก ด้านนกหญิงเสริมว่า ตอนแรกเหมือนนกออกตัวมากกว่า เริ่มคิดไปชุมนุมก่อนนกชายด้วยซ้ำ จนเขาบอกว่าเดี๋ยวไปเป็นเพื่อนไม่อยากให้ไปคนเดียว แต่ไปๆ มาๆ รู้สึกพี่นกชายจะแรงกว่า ติดตามข่าวตลอดเวลา ถ้าไปชุมนุมไม่ได้จะเปิดโทรทัศน์ที่บ้าน โพกธงชาติผืนเล็กๆ รอบศีรษะ ดูโทรทัศน์แล้วเป่านกหวีดไปด้วย เรียกว่าไม่ห่างจากผู้ชุมนุมเลย จนนกต้องบอกว่า เว้นระยะหน่อย ใช้ชีวิตปกติบ้าง เพราะเวลาเครียดเกินไป ข้อความในอินสตาแกรมก็จะแรงไปด้วย

นกหญิง บอกว่า เมื่อนักการเมืองทำไม่ถูกต้อง เรามีสิทธิ์ไม่ใช่หรือ เราปล่อยให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นนานพอแล้ว รู้สึกว่าอยู่เฉยไม่ได้ เหมือนกับคนอื่นๆ แต่รัฐบาลมักพูดเสมอว่ามาจากการเลือกตั้ง เราจึงไม่ปล่อยให้บริหารบ้านเมืองต่อไป ทั้งที่เห็นตลอดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ไม่ถูกไม่ควร เราสองคนตั้งใจไปกันตั้งแต่สามเสน แต่วันที่ออกจากบ้าน ปรากฏว่าแกนนำพามวลชนไปอยู่ที่ราชดำเนิน

นกหญิงเสริมว่า ที่ดอมไปก่อนอาจจะเพราะเขาเรียนที่โรงเรียนจิตรลดาตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็ย้ายไปวชิราวุธฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนของพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 แห่ง พอมีเหตุเกี่ยวข้องกับสถาบันหรือประเทศ เขาจึงรู้สึกว่าอยู่เฉยไม่ได้

 

รัฐบาลส่อเต้าแย่หลังไม่จ่ายจำนำข้าวแก่ชาวนา

จำนำข้าว    ถ้าปกติกระทรวงการคลังเขาขายพันธบัตรโดยวิธีประมูลทั่วไป ซึ่งจะมีสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่เป็น primary dealer ร่วมกันเข้าประมูลหลายราย จะเป็นครรลองปกติ

แต่ถ้าไม่มีสถาบันการเงินอื่นใดเข้ามาร่วมประมูลกันเลย เหลือแต่สามองค์กรนี้ แข่งกันเอง อย่างนี้ไม่เคยทำมาก่อน ก็ต้องระวังเช่นกัน เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของรัฐมนตรีคลัง เพื่อให้เกิดผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนข้าราชการกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะปลัดกระทรวงการคลัง ก็ต้องศึกษาให้ดี

เดิมที่ ผอ. สบน. ทำบันทึกเสนอให้รัฐมนตรีทบทวน หรือสั่งการยืนยัน แล้วปรากฏว่า รัฐมนตรีคลังได้ตัดสินใจ ใช้อำนาจในตำแหน่งของตนเอง สั่งการยืนยัน จึงมีผลเป็นการคุ้มครองข้าราชการนั้น  ผมคิดว่าการคุ้มครองดังกล่าว น่าจะครอบคลุมเฉพาะมาตรา 181 (3) ว่าการกู้จะมีผลผูกพันรัฐบาลใหม่หรือไม่ เท่านั้น แต่ผมคิดว่า การคุ้มครองตามบันทึกดังกล่าว น่าจะยังไม่ครอบคลุมมาตรา 181 (4)

ถ้าข้าราชการกระทรวงการคลัง ยินยอมเอาตัวเองเข้าไปผูกพัน เพื่อให้กระทรวงการคลังออกพันธบัตร ขายแก่สามองค์กร หากดำเนินการอย่างไม่ตรงไปตรงมา ก็น่าจะเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนรัฐมนตรีคลัง ในการพยายามจะให้มีผลต่อการเลือกตั้ง

ถ้ากระบวนการขายพันธบัตรดังกล่าว ไม่เป็นไปตามครรลองปกติ ถ้าเป็นวิธีการที่แปลกแหวกแนว และเนื่องจากมีการดำเนินการอย่างรีบเร่ง ในช่วงที่การเลือกตั้งยังไม่ยุติสมบูรณ์ การทำแบบนี้ อาจจะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 181 (4) แบบยกครัวเหมาเข่งก็ได้นะครับ

มาวันนี้ ผมคิดว่าความฝันของอาจารย์อัมมาร อาจจะใกล้เป็นจริงแล้วครับ แต่อาจจะเป็นจริงเพียงครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังที่ต้องการให้ชาวนาได้เงินนั้น ผมเห็นว่ายังห่างไกล ถ้าหากจะมีบุคคลอื่นใด เดินตามรัฐมนตรีคลังเข้าคุกไปด้วยนั้น ถ้าเขาเต็มใจ ที่จะเอาตัวเข้าแลก ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเขาถูกหลอก ก็น่าเห็นใจ

  ผมจึงอดที่จะให้ข้อมูลแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ได้ คือไม่ได้รังเกียจที่ชาวนาจะได้เงินนะครับ แต่อยากจะช่วยให้เขาตัดสินใจ โดยมีข้อมูลอย่างครบถ้วน

สามองค์กร ถึงแม้อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีคลัง แต่ล้วนมีบอร์ดของตัวเอง จึงต้องใช้ดุลพินิจเอง ไม่สามารถทำบันทึกโยนความรับผิดชอบ ไปให้รัฐมนตรีคลังใช้อำนาจสั่งการได้ ดังเช่นข้าราชการกระทรวงการคลัง

สามองค์กรนี้ ถ้ามีสภาพคล่องเหลือ หากจะซื้อพันธบัตรรัฐบาล จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องเป็นการซื้อแบบตรงไปตรงมา ตามครรลองปกติ  ถ้าซื้อพันธบัตรในตลาด รอง หรือซื้อต่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างนี้เป็นครรลองปกติ แต่ถ้าซื้อตรงจากกระทรวงการคลัง ในการออกครั้งพิเศษ อย่างนี้ไม่เคยทำมาก่อน ต้องระวังว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของรัฐมนตรีคลัง เพื่อให้เกิดผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่

บีเบอร์ ฉาวอีกหลังแฉเปิดซิงอดีตคนรัก

  จัสติน

“จัสตินบอกว่า ผมรู้ว่าเธอกำลังตกหลุมรักผมแบบสุด ๆ เมื่อเธอตัดสินใจที่จะมอบพรหมจรรย์ให้ผม จัสตินพูดอย่างนั้นโดยไม่มีความละอายหรือกระดากใจเลยแม้แต่น้อย” แหล่งข่าว กล่าว

สำหรับ จัสติน บีเบอร์ และเซเลน่า โกเมซ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เป็นที่จับตามองของสาธารณชนในเดือนธันวาคม ปี 2010 และทั้งสองคนก็เลิกรากันไปในเดือนพฤศจิกายน 2012 หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กลับมาคบหากันอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า จัสติน บีเบอร์ นักร้องหนุ่มวัย 19 ปี ได้หลุดปากพูดกับเพื่อนสนิทถึงสิ่งที่น่าละอายเกี่ยวกับเซเลน่า โกเมซ อดีตแฟนสาววัย 21 ปีของเขาว่า เซเลน่านั้นรักเขามาก ถึงกับยอมยกพรหมจรรย์ให้กับจัสติน บีเบอร์ เลยทีเดียว

ทั้งนี้ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของจัสติน บีเบอร์ ได้พูดถึงเรื่องลับ ๆ ในความสัมพันธ์ของจัสตินและเซเลน่าให้ฟังว่า เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนปี 2011 ทั้งจัสตินและเซเลน่าได้บินไปที่เมืองปาล์ม สปริง รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน และทั้งสองคนก็อยู่ในสถานที่ที่เป็นส่วนตัวสุด ๆ ส่วนจุดประสงค์ของทริปนี้นั้นมีอยู่อย่างเดียว เพราะเซเลน่าได้ตอบตกลงที่จะมีเพศสัมพันธ์กับจัสติน ทั้งสองคนตกลงที่จะทำอย่างนั้นเพราะพวกเขาบอกว่า พวกเขากำลังอินเลิฟ

อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม ปี 2013 ทั้งสองคนก็เลิกรากันอีกครั้ง แต่พวกเขาก็ยังสนิทสนมกันเหมือนเดิม และเมื่อเดือนที่แล้ว เซเลน่าเองก็ได้ยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือจัสติน เมื่อจัสตินเริ่มมีปัญหาก่อเรื่องกระทำผิดกฎหมาย